213 player

Flyff Online เกมออนไลน์สุดน่ารัก เกม MMORPG เกมแรกในไทยที่บินได้

Register | สมัครสมาชิก

[Guide] แนวทางการเล่น

Back

[Guide] Flyff เผยอาชีพคลาส ก่อนออกบินจริง!!

วันนี้เราจะแนะนำอาชีพคลาส 1 ซึ่งเป็นอาชีพคลาสแรกที่เพื่อนๆ จะได้เลือกหลังจากที่เพื่อนๆ ผ่านอาชีพฝึกหัด (Vagrant) ในช่วงเลเวล 1 – 15 ซึ่งมีทั้งหมด 4 อาชีพ มาดูกันเลยดีกว่า ว่าแต่ละคลาสมีความสามารถอะไรบ้าง
1. Mercenary (เมอเซอนารี่)
► อาชีพคลาส 1 / ช่วงเลเวล 15 – 60 เป็นอาชีพที่ต่อสู้ในระยะประชิดตัวกับศัตรูเป็นส่วนใหญ่ จะต้องมีพละกำลังที่แข็งแกร่งเป็นสำคัญ เป็นอาชีพที่จะเรียนรู้สกิลต่อสู้ด้วยดาบที่เป็นอาวุธโจมตีโดยตรง และ โล่ 
2. Magicain (เมจิกเชี่ยน)
► อาชีพคลาส 1 / ช่วงเลเวล 15 – 60 เป็นอาชีพนี้ใช้คทาวิเศษ เป็นอีกอาชีพที่น่าสนใจ สิ่งหนึ่งที่ต้องจำได้ดี อาชีพนี้ใช้ความสามารถเป็นการโจตีระยะไกล และ พลังจู่โจมที่รุนแรง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความบอบบางของตัวละครนั่นเอง
3. Assist (แอสซิส)
► อาชีพคลาส 1 / ช่วงเลเวล 15 – 60 อาชีพนี้จะเรียนรู้ทักษะมากมายซึ่งสามารถช่วยเหลืออาชีพอื่นๆ ด้วยความสามารถในการส่งเสริมอาชีพอื่นให้แข็งแกร่งขึ้น นั่นก็ขึ้นอยู่กับความอดทนสูง และความฉลาดบวกกับไหวพริบ พวกเขาใช้ Stick ซึ่งมีรูปร่างเหมือนไม้กระบอง หรือ นักเคิล ที่คล้ายกับหมัด 
4. Acrobat (อะโครแบท)
► อาชีพคลาส 1 / เลเวล 15 – 60 เป็นอาชีพที่โดดเด่นในเรื่องของการโจมตีระยะไกลด้วยความเร็ว แน่นอนว่าการกำหนดค่าพลังเกี่ยวกับความแม่นยำมีส่วนสำคัญยิ่ง ที่จะทำให้อาชีพนี้สามารถโจมตีได้ดีมากยิ่งขึ้น สามารถแยกได้เป็น สายธนู และสายโยโย่ ซึ่งทั้ง 2 สายมี การกำหนดค่าพลังที่แตกต่าง โดดเด่นไม่ซ่ำกันอีกด้วย
สำหรับเพื่อนๆ สร้างตัวละครเสร็จแล้ว และ login เข้าเกม จะพบกับ Buff Pang หรือ ปัง เป็น NPC ที่จะบอกข้อมูลการใช้ชีวิต และการเอาตัวรอดใน Flyff นอกจากนั้นเพื่อนๆ ยังสามารถพบปังได้ตามเมือง และจุดต่างๆ ในแมพ อย่าลืมเดินมาหาปังก่อนออกตะลุยกันนะ ปังรอแจกบัพแบบจัดเต็มให้เพื่อนๆ อยู่

[Guide] รายละเอียดสายอาชีพภายในเกม Flyff ทั้งหมด 13 สายรู้ไว้ก่อนไม่เสียหาย!!!

    Vagrant สายอาชีพที่ผู้เล่นทุกคนจะต้องได้สวมบทบาทในช่วงแรก จะเรียกว่าเป็นผู้กล้าหน้าใหม่ที่กำลังจะผจญภัยในดินแดนสุดมหัศจรรย์แห่ง Madrigal ซึ่งเราจะต้องเก็บเลเวลตัวละครในคลาสนี้ให้ถึง 15 จึงจะสามารถทำเควสเพื่อเปลี่ยนสายอาชีพขั้นต่อไปที่มีให้เลือกทั้งหมด 4 สายด้วยกัน โดยอาชีพ Vagrant แนะนำว่าให้อัพสเตตัสลงแค่ STR เพื่อทำให้การโจมตีมอนสเตอร์รุนแรงมากขึ้น การเก็บเลเวลก็ไม่ได้ยากจนเกินไปสามารถที่จะไปรับ Buff จาก NPC เพื่อให้ช่วงแรกสามารถเก็บเลเวลหรือการทำเควสรวดเร็วนั่นเองค่ะ ใช้เวลาไม่นานก็สามารถที่จะเปลี่ยนอาชีพได้แล้ว

First Job Classes
Mercenary สายอาชีพทหาร ทักษะของสายอาชีพนี้จะแบ่งออกไป 3 แบบด้วยกันคือ ทักษะโจมตี, ทักษะเสริมความแข็งแกร่งของอาวุธดาบมือเดียว และ ทักษะเสริมความแข็งแกร่งของอาวุธขวานมือเดียว จะมีอาวุธให้เลือกใช้ 2 แบบนั่นก็คือ 
อาวุธดาบมือเดียว 
    ► ความแรงจะขึ้นอยู่กับการอัพค่าสเตตัส STR อย่างเดียว 
    ► สามารถสวมใส่โล่เพื่อเพิ่มพลังป้องกันหรือเจาะโล่แล้วติดตั้งการ์ดเพิ่มสเตตัสที่ต้องการลงไปได้ด้วย
    ► ส่วนใหญ่จะใส่การ์ด STR + การเพิ่มอัตราความเสียหายเมื่อโจมตีติดคริติคอล เพื่อทำให้ตัวละครแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น 
    ► ดาบมือเดียวจะมีความเร็วในการโจมตีมากกว่า และเน้นการเพิ่มความเร็วในการโจมตีเป็นหลัก 
    *ข้อเสีย : พลังโจมตีที่น้อยกว่าและอัตราการเกิดคริติคอลน้อยกว่าขวาน 
อาวุธขวานมือเดียว 
    ► ความแรงจะขึ้นอยู่กับการอัพค่าสเตตัส STR อย่างเดียว 
    ► สามารถสวมใส่โล่เพื่อเพิ่มพลังป้องกันหรือเจาะโล่แล้วติดตั้งการ์ดเพิ่มสเตตัสที่ต้องการลงไปได้ด้วย
    ► ส่วนใหญ่จะใส่การ์ด STR + การเพิ่มอัตราความเสียหายเมื่อโจมตีติดคริติคอล เพื่อทำให้ตัวละครแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น 
    ► ขวานมือเดียวจะมีพลังโจมตีที่มากกว่าดาบมือเดียว แต่ความเร็วจะโจมตีได้น้อยกว่ามาก และเน้นการเพิ่มอัตราการเกิดคริติคอลสูงกว่าดาบมือเดียวอย่างมาก ข้อเสียของดาบมือเดียวคือการโจมตีที่ช้าพอสมควร 
    ส่วนสเตตัสในการอัพเบื้องต้นควรลง STA 20 - 30 แต้ม, DEX 50 แต้ม แล้วที่เหลือลงที่ STR ทั้งหมดเพื่อเพิ่มพลังโจมตีเพื่อใช้ในการเก็บเลเวลในช่วงเลเวล 15 - 60 หลังจากนั้นการแบ่งสายจะโดดเด่นและชัดเจนมากกว่าเดิม หรือการอัพสเตตัสในส่วนนี้เพื่อนๆ จะลงไปที่ STR + DEX ก็ได้เหมือนกันค่ะ เอาเป็นว่าเพื่อนๆ ตัดสินใจว่าจะเล่นคลาสขั้นสูงต่อไปเป็นสายไหนจากนั้นก็ค่อยว่ากันอีกที

Acrobat สายอาชีพนักล่า ทักษะของสายอาชีพนี้จะแบ่งออกไปทั้งหมด 3 แบบด้วยกันคือทักษะโจมตี, ทักษะเสริมความแข็งแกร่งของธนู และ ทักษะเสริมความแข็งแกร่งของลูกข่างโยโย่ จะมีอาวุธให้เลือกใช้ 2 แบบนั่นก็คือ
อาวุธธนู 
    ► ความแรงจะขึ้นอยู่กับการอัพค่าสเตตัส DEX อย่างเดียว โดยสเตตัสนี้จะเพิ่มทั้งพลังโจมตีของธนู, ความแม่นยำในการโจมตี, ความเร็วในการโจมตี และ เพิ่มอัตราการเกิดคริติคอล 
    ► มีความเร็วในการโจมตีที่สูงและมีโอกาสเพิ่มความเสียหายรุนแรงมากขึ้นเมื่อโจมตีติดคริติคอล 
    *ข้อเสีย : พลังโจมตีไม่ได้รุนแรงมากนัก ทำให้จำเป็นต้องอัพเกรดอาวุธและธาตุลงไปเพื่อเพิ่มความรุนแรงในการสร้างความเสียหายให้มากขึ้น
อาวุธลูกข่างโยโย่ 
    ► ความแรงจะขึ้นอยู่กับการอัพค่าสเตตัส STR เป็นหลัก แต่จำเป็นที่จะต้องใช้ค่าสเตตัส DEX เพื่อเพิ่มความสามารถในส่วนอื่นๆ 
    ► มีพลังโจมตีน้อยกว่าธนูพอสมควร แล้วสเตตัสอาวุธในช่วงเลเวล 15 - 30 ถือว่าไม่ดีเท่าไหร่ ทำให้ในช่วงเลเวล 15 - 60 ผู้เล่นจะเน้นการใช้ธนูเป็นอาวุธแล้วค่อยมีรีสเตตัสและสกิลในภายหลังแทน
    ส่วนสเตตัสในการอัพเบื้องต้นอาเจ๊นัทมองว่าให้อัพ STA เอาไว้สัก 30 - 50 แต้มเพื่อเพิ่ม Max HP และ พลังป้องกันให้กับตัวละครที่เหลือก็ลงไปที่ DEX ทั้งหมดจากนั้นค่อยดูว่าเมื่อเลเวล 60 เราจะเลือกเล่นคลาสไหนแล้วค่อยรีสเตตัสในภายหลังก็ได้ค่ะ 

Magician สายอาชีพนักเวทย์ ทักษะของสายอาชีพนี้จะแบ่งออกไปทั้งหมด 3 แบบด้วยกันคือ ทักษะโจมตีแบบไร้ธาตุ, ทักษะโจมตีแบบธาตุต่างๆ และ ทักษะสนับสนุน (เช่น หายตัว หรือ ทำให้ศัตรูติดอยู่กับที่ชั่วขณะหนึ่ง เป็นต้น) จะมีอาวุธให้เลือกใช้ 2 แบบนั่นก็คือ
อาวุธไม้เท้ามือเดียว 
    ► ความแรงจะขึ้นอยู่กับค่าสเตตัส INT อย่างเดียว โดยสเตตัสนี้จะเพิ่มพลังโจมตีของเวทมนตร์, เพิ่ม Max MP สูงสุด และ เพิ่มอัตราการฟื้นฟู MP 
    ► อาวุธชนิดนี้จะมีพลังโจมตีน้อยกว่าไม้เท้าสองมือ และก็ออฟชั่นต่างๆ เช่น ลดระยะการร่ายเวทย์ หรือ เพิ่มค่า INT เป็นต้น แต่ไม่แตกต่างมาก 
    ► ไม้เท้ามือเดียวทำให้เราสามารถสวมใส่โล่เพื่อเพิ่มพลังป้องกันหรือเจาะโล่แล้วติดตั้งการ์ดเพิ่มสเตตัสที่ต้องการลงไปได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะใส่การ์ด INT + ลดระยะการร่ายเวทย์ เพื่อที่จะไปเสริมความแข็งแกร่งที่ขาดหายไป ถือเป็นจุดที่ต่างกันของทั้งสองอาวุธนี้
อาวุธไม้เท้าสองมือ 
    ► ความแรงจะขึ้นอยู่กับค่าสเตตัส INT อย่างเดียว โดยสเตตัสนี้จะเพิ่มพลังโจมตีของเวทมนตร์, เพิ่ม Max MP สูงสุด และ เพิ่มอัตราการฟื้นฟู MP 
    ► อาวุธชนิดนี้จะมีพลังโจมตีที่มากกว่าไม้เท้ามือเดียวอย่างเห็นได้ชัด รวมไปถึงออฟชั่นต่างๆ ก็มากกว่าด้วย ถามว่าอาวุธชนิดนี้ดีไหม มันก็ดีค่ะ เพียงแต่ว่าด้านพลังป้องกันของตัวละคร หรือ พลังชีวิตอาจจะน้อยกว่าสายไม้เท้ามือเดียวพอสมควรเลย
    อันนี้ก็อยู่ที่เพื่อนๆ ว่าจะเลือกใช้อาวุธชนิดใดดี ส่วนสเตตัสในการอัพเบื้องต้นควรลง STA เอาไว้สัก 30 - 80 แต้มเพื่อเพิ่ม Max HP และ พลังป้องกันให้กับตัวละครที่เหลือก็ลงไปที่ INT ทั้งหมด เพราะลูกเล่นทั้งสองคลาสระดับสูงแนวทางการเล่นเหมือนกันหมด เพียงแต่รูปแบบการเล่นไม่เหมือนกัน

Assist สายอาชีพผู้รับใช้พระเจ้า ทักษะของสายอาชีพนี้จะแบ่งออกไปทั้งหมด 3 แบบด้วยกันคือ ทักษะฟื้นฟูพลัง, ทักษะเพิ่มความสามารถของตัวละครและสมาชิกคนอื่นๆ และ ทักษะโจมตี จะมีอาวุธให้เลือกใช้ 2 แบบนั่นก็คือ
อาวุธหมัด 
    ► ความแรงจะขึ้นอยู่กับค่าสเตตัส STR อย่างเดียว โดยสเตตัสนี้จะเพิ่มพลังโจมตีให้กับอาวุธกายภาพทุกชนิด
    ► มีพลังโจมตีที่สูงกว่าไม้เท้าเวทมนตร์ 
    ► มีความเร็วในการโจมตีที่สูงมาก และมีออฟชั่นเกี่ยวข้องการโจมตีแบบเต็มที่ 
    ► สามารถสวมใส่โล่เพื่อเพิ่มพลังป้องกันหรือเจาะโล่แล้วติดตั้งการ์ดเพิ่มสเตตัสที่ต้องการลงไปได้ด้วยเช่นกัน 
    ► ส่วนใหญ่จะใส่การ์ด STR + การเพิ่มอัตราความเสียหายเพิ่มเติมเมื่อโจมตีติดคริติคอล เพื่อทำให้ตัวละครแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น 
    *ข้อเสีย : เราจะไม่สามารถใช้ทักษะ Buff เพิ่มความสามารถใดๆ ได้เลย จำเป็นต้องเปลี่ยนอาวุธเป็นไม้เท้าเวทมนตร์ก่อนถึงจะใช้ทักษะเหล่านั้นได้ ดังนั้นมีไม้เท้าเวทมนตร์สักอันติดตัวไว้เสมอๆ นะ
อาวุธไม้เท้าเวทมนตร์
    ► ความแรงจะขึ้นอยู่กับค่าสเตตัส STR อย่างเดียว โดยสเตตัสนี้จะเพิ่มพลังโจมตีให้กับอาวุธกายภาพทุกชนิด 
    ► อาวุธชนิดนี้จะมีพลังโจมตีที่ต่ำกว่าหมัดอย่างมาก 
    ► ออฟชั่นจะไม่เกี่ยวข้องกับการโจมตีแต่อย่างใด แต่ออฟชั่นในอาวุธชนิดนี้จะเน้นไปที่ "ลดระยะการร่ายเวทย์" หรือ "เพิ่มค่า INT" เป็นหลักซะมากกว่า มันจึงไม่ใช่อาวุธที่เน้นการโจมตีแต่อย่างใด 
    ► จุดประสงค์หลักๆ ของอาวุธนี้คือ เมื่อเราถือจะใช้ทักษะฟื้นฟูพลัง และ ทักษะ Buff เพิ่มความสามารถของตัวละครและสมาชิกคนอื่นๆ เท่านั้น เพราะสุดท้ายไม่ว่าจะเล่นสายใดก็ตามอาวุธไม้เท้าเวทมนตร์ก็จำเป็นต้องผู้เล่นตัวละครอาชีพนี้อยู่ดี
    การอัพสเตตัสเบื้องต้นของตัวละครขึ้นอยู่กับเพื่อนๆ จะเล่นคลาสระดับสูงสายไหนกัน ถ้าเล่นสายบู๊ Billposter แนะนำให้อัพสเตตัส STA 30 - 50 แต้ม แล้วลง STR เพิ่มเพิ่มพลังโจมตีของตัวเอง ส่วน DEX จะลงไหมอันนี้อยู่ที่เพื่อนๆ ค่ะ เพราะ Assist มีทักษะที่โจมตีเป็นกลุ่มอยู่ทำให้เราสามารถที่จะลากมอนสเตอร์ได้ทีละหลายๆ ตัวแล้วโจมตีทีเดียวได้เหมือนกัน
    ส่วนคนที่จะเล่นสายสนับสนุน Ringmaster จะเล่นสาย INT ล้วน หรือ แบ่งสเตตัสไปที่ค่าสเตตัส STA สักหน่อยก็ดี ประมาณ 50 - 80 แต้ม เพราะเราเองเป็นสายเดินสนับสนุนอาจจะดวงไม่ดีโดนมอนสเตอร์มาตบตีตายก็เป็นได้

Second Job Classes
Blade สายอาชีพที่พัฒนามาจาก Mercenary ทักษะจะถูกแบ่งออกไปทั้งหมด 3 แบบเหมือนเดิมคือ ทักษะโจมตี, ทักษะเสริมความแข็งแกร่งของอาวุธดาบมือเดียว และ ทักษะเสริมความแข็งแกร่งของอาวุธขวานมือเดียว
*จุดเด่นของอาชีพนี้ : การโจมตีแบบเดี่ยวเป็นหลัก ในเรื่องสเตตัสจะอัพ DEX อยู่ที่ราวๆ 80 - 100 ที่เหลือลง STR เพื่อความรุนแรง เมื่อเปลี่ยนเป็นสายอาชีพนี้แล้วสามารถที่จะถืออาวุธแบบเดียวกันได้ 2 อัน ซึ่งอาวุธที่สามารถเลือกใช้ได้ก็คือ
อาวุธดาบมือเดียว 
    ► จะมีความเร็วในการโจมตีมากกว่า 
    ► เน้นการเพิ่มความเร็วในการโจมตีเป็นหลัก 
    *ข้อเสีย : พลังโจมตีที่น้อยกว่าและอัตราการเกิดคริติคอลน้อยกว่าขวาน 
อาวุธขวานมือเดียว 
    ► จะมีพลังโจมตีที่มากกว่าดาบมือเดียว แต่ความเร็วจะโจมตีได้น้อยกว่า 
    ► เน้นการเพิ่มอัตราการเกิดคริติคอลสูงกว่าดาบมือเดียวอย่างมาก
    *ข้อเสีย : มีการโจมตีที่ช้าพอสมควร

Knight สายอาชีพที่พัฒนามาจาก Mercenary ทักษะของสายอาชีพนี้จะถูกแบ่งออกไปทั้งหมด 3 แบบเหมือนเดิมคือ ทักษะโจมตี, ทักษะเสริมความแข็งแกร่งของอาวุธดาบสองมือ และ ทักษะเสริมความแข็งแกร่งของอาวุธขวานสองมือ ซึ่งอาวุธที่สามารถเลือกใช้ได้ก็คือ
อาวุธดาบสองมือ 
    ► จะเน้นเพิ่มสเตตัสเพิ่มความเร็วในการโจมตีและเพิ่มความเสียหายเมื่อโจมตีติดคริติคอล
อาวุธขวานสองมือ
    ► เน้นเพิ่มสเตตัสเพิ่ม HP, พลังป้องกันเป็นแบบ % และเพิ่มอัตราการบล็อคการโจมตีในระยะใกล้อีกด้วย ใครที่ชื่นชอบการลากเป็นชีวิตจิตใจไม่ควรพลาด!!!
    ส่วนสายในการเล่นของ Knight จะแบ่งออกไปสองสายก็คือ "สายโจมตีแบบเดี่ยว" และ "สายลาก" แต่ส่วนใหญ่ผู้เล่นจะนิยมเล่นสายลากเป็นหลัก เพราะนอกจากจะเก็บเลเวลไวแล้วยังเป็นสายที่มีพลัง HP และ พลังป้องกันสูงที่สุดในเกมอีกด้วย โดยสายลากจะอัพสเตตัส STA ทั้งหมด ยังไงก็เลือกอาวุธตามสายที่เล่นให้เหมาะสมตามต้องการด้วยนะจ๊ะ

Jester สายอาชีพที่พัฒนามาจาก Acrobat อาวุธที่สามารถเลือกใช้ได้ก็คือ ลูกข่างโยโย่และธนู จากเลเวล 15 - 59 ปกติแล้วในช่วงเลเวล 60 - 120 ส่วนใหญ่ผู้เล่นจะเน้นใช้ธนูเป็นหลัก เพราะธนูท็อปจะเพิ่มความเสียหายจากการโจมตีติดคริติคอลอย่างรุนแรง แล้วทางด้านสเตตัสในการใช้อาวุธธนูก็แทบจะเป็น DEX ล้วน หรือ ลง STA นิดหน่อยเพื่อเพิ่มพลัง HP ไม่ให้ถูกการโจมตีแบบคริติคอลแบบดอกเดียวตาย 
    แต่ท้ายที่สุดยังไงสายอาชีพนี้จำเป็นที่จะต้องเล่นลูกข่างโยโย่อยู่ดี เพราะอาวุธประเภทธนูสามารถใช้ได้สูงสุดแค่เลเวล 30 เท่านั้น ( ในแพทช์เก่าอาชีพนี้สามารถใช้ธนูเลเวลสูงได้ แต่พอแพทช์ใหม่อัพเดทบังคับให้ลูกข่างโยโย่แทน ) อีกทั้งทักษะส่วนใหญ่ใช้แต่อาวุธชนิดนี้เท่านั้น ส่วนเรื่องความแรงจะขึ้นอยู่กับ STR ส่วน DEX จะเพิ่มความแม่นยำในการโจมตี และ เพิ่มโอกาสโจมตีติดคริติคอล อาวุธลูกข่างโยโย่จะเน้นการโจมตีเร็วขึ้น, เพิ่มความแม่นยำในการโจมตี และ เพิ่มความเสียหายเมื่อโจมตีติดคริติคอล ดังนั้นใครที่คิดว่าสายอาชีพนี้ไม่เก่งคิดผิดแล้วล่ะ

Ranger สายอาชีพที่พัฒนามาจาก Acrobat ทักษะจะถูกแบ่งออกไปทั้งหมด 3 แบบคือ ทักษะโจมตี และ ทักษะเสริมความแข็งแกร่งของธนู และ ทักษะสนับสนุนตัวละคร และอาวุธที่สามารถเลือกใช้ได้มีเพียงแค่ ธนู เท่านั้น 
    หลายคนสงสัยว่าแล้วมันแตกต่างจาก Jester ยังไง!? แตกต่างตรงที่อาชีพ Ranger จะมีค่าเพิ่มโอกาสโจมตีติดคริติคอลน้อยกว่าอย่างมาก แต่สิ่งที่แทนที่ก็คือเราสามารถใช้ธนูเป็นอาวุธหลักได้อย่างเต็มที่ แถมสเตตัสตัวละครที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งก็มีเพียงแค่ DEX อย่างเดียว ซึ่งเราจะเล่นสาย DEX ล้วนก็ได้ หรือ แบ่งไปเพิ่ม STA ลงมาสัก 50 - 80 แต้ม ส่วนรูปแบบการเล่นของสายนี้ก็มีทั้ง "โจมตีแบบเดี่ยว" และ "สายลาก" จากที่อาเจ๊นัทลองเทสมากสายลากแล้วลงทักษะโจมตีหมู่ก็เก็บเลเวลไวใช้ได้เลยนะ

Psykeeper สายอาชีพที่พัฒนามาจาก Magician ทักษะของสายอาชีพนี้จะแบ่งออกไป 3 แบบด้วยกันคือ ทักษะโจมตีแบบไม่มีธาตุ, ทักษะเสริมความแข็งแกร่งของพลังเวทย์ และทักษะสนับสนุน อาวุธที่สามารถเลือกใช้ได้ก็คือ ไม้เท้ามือเดียวและไม้เท้าสองมือ 
    ► ถ้าเราเลือกใช้ไม้เท้ามือเดียว จะทำให้สามารถสวมใส่โล่เพื่อเพิ่มพลังป้องกันให้กับตัวเองได้ด้วย 
    *เพิ่มเติม : จากที่อาเจ๊นัทเห็นแล้ว ส่วนใหญ่คนที่เล่น "สายลาก" มากกว่าสายเดี่ยว อีกทั้งอาวุธที่ใช้งานจึงเป็นไม้เท้ามือเดียวและสวมโล่เพื่อเพิ่มพลังป้องกัน ทางด้านค่าสเตตัสจะไปลงอยู่ที่ INT ตามด้วย STA 80 - 100 แต้มเพื่อทำให้การลากไม่ติดขัดเพราะมีพลัง HP และ ป้องกันที่สูง 
    การลากของ Psykeeper จะมีทักษะที่ทำให้ศัตรูติดสถานะผิดปกติ ก่อนที่จะโจมตีกลับไปอย่างรุนแรงด้วยทักษะที่มีพลังทำลายล้างสูง ถือได้ว่าเป็นนักเวทย์ที่ครบเครื่องในทุกๆ ด้านจริงๆ 

Elementor สายอาชีพที่พัฒนามาจาก Magician ทักษะของสายอาชีพนี้จะแบ่งออกไป 3 แบบด้วยกันคือ ทักษะโจมตีแบบธาตุต่างๆ , ทักษะเสริมความแข็งแกร่งของพลังเวทย์ให้แก่ธาตุนั้นๆ  และทักษะสนับสนุน  อาวุธที่สามารถเลือกใช้ได้ก็คือ ไม้เท้ามือเดียวและไม้เท้าสองมือ 
    ► ถ้าเราเลือกใช้ไม้เท้ามือเดียว จะทำให้สามารถสวมใส่โล่เพื่อเพิ่มพลังป้องกันให้กับตัวเองได้ด้วย 
    ทักษะของอาชีพนี้เป็นสายที่ "เน้นความรุนแรง" เป็นหลักอยู่แล้วแต่ก็สามารถเลือกได้ว่าจะอัพทักษะแบบโจมตีเดี่ยว หรือ กลุ่มก็ได้ สายนี้จะเน้นการอัพค่าสเตตัสไปที่ INT ล้วน หรือ เพิ่ม STA นิดหน่อย แต่ถ้าบางคนเป็นสายสบายๆ ก็จะเล่นสายลาก โดยอัพสเตตัส STA สัก 50 หรือ 80 ที่เหลือลง INT ทั้งหมดก็ได้ค่ะ เพียงเท่านี้ก็สามารถที่จะลากมอนสเตอร์แล้วโจมตีตูมตามระเบิดภูเขาได้ค่าประสบการณ์ไปเต็มๆ แต่สายนี้ก็จำเป็นที่จะต้องมีอุปกรณ์เลเวลสูงและอัพเกรดอยู่ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว สายนักเวทย์แห่งธาตุไม่ควรพลาด!!!

Billposter สายอาชีพที่พัฒนามาจาก Assist  ทักษะของสายอาชีพนี้จะแบ่งออกไปทั้งหมด 3 แบบด้วยกันคือ ทักษะโจมตี, ทักษะเสริมความแข็งแกร่งของตัวละคร และทักษะสนับสนุน อาวุธที่สามารถเลือกใช้ได้ก็คือ
อาวุธไม้เท้าเวทมนตร์ 
    ► จะใช้ต่อเมื่อใช้ทักษะบัฟเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวละคร
อาวุธหมัด 
    ► ใช้เป็นอาวุธหลักในการโจมตีมอนสเตอร์ เช่นเดียวกับอาชีพอื่นๆ 
    ► สามารถเลือกเล่นได้สองสายคือ สายโจมตีเดี่ยวและสายลาก 
    ► สายลากก็ยังคงมีทักษะในการโจมตีแบบกลุ่มอยู่ แต่กว่าจะได้มาก็ต้องอดทนพอสมควรกว่าจะได้ทักษะนี้ แต่ถ้าได้มาเมื่อไหร่ก็ทำให้การเก็บเลเวลง่ายและเร็วมากยิ่งขึ้น ถ้าเราเลือกใช้หมัดจะทำให้สามารถสวมใส่โล่เพื่อเพิ่มพลังป้องกันให้กับตัวเองได้ด้วย 
    การอัพสเตตัสยังคงเป็นแบบเดิมคือ STR, STA และ DEX ตรงจุดนี้ก็อยู่ที่ผู้เล่นจะแบ่งการอัพมากน้อยแค่ไหน เมื่อเลเวลสูงสายนี้ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสายที่ห้ามประมาทเพราะเขาสามารถที่จะต่อยคุณตายได้ในหมัดเดียว เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่น่าเล่นไม่ใช่น้อยเลยค่ะ

Ringmaster สายอาชีพที่พัฒนามาจาก Assist ทักษะของสายอาขีพนี้จะแบ่งออกไปทั้งหมด 3 แบบด้วยกันคือ ทักษะฟื้นฟู, ทักษะเสริมความแข็งแกร่งของตัวละคร และทักษะสนับสนุน อาวุธที่สามารถเลือกใช้ได้ก็คือ หมัดและไม้เท้าเวทมนตร์ 
    ► ถ้าเราเลือกใช้อาวุธหมัด จะทำให้สามารถสวมใส่โล่เพื่อเพิ่มพลังป้องกันหรือเจาะโล่แล้วติดตั้งการ์ดเพิ่มสเตตัสลงไปเพิ่มความแข็งแกร่งได้ด้วย ( แต่ส่วนใหญ่ใส่เท่ๆ มากกว่า เพราะใช้แต่ไม้เท้าเวทมนตร์เป็นอาวุธหลักอยู่ดี ) 
    *เพิ่มเติม : สายอาชีพนี้จะเรียกว่าเป็นหน่วยสนับสนุนแบบเต็มที่เลยก็ว่าได้ เพราะทักษะ Buff หลายตัวเสริมความแข็งแกร่งให้กับตัวละครอื่นๆ ให้โจมตีรุนแรงมากยิ่งขึ้นแบบเท่าตัวเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ก็มีทักษะโจมตีอยู่เหมือนกัน
    แม้ว่าอาจจะไม่ได้รุนแรงเหมือนทักษะโจมตีแบบอาชีพอื่นๆ ก็ตาม โดยรวมแล้ว Ringmaster ถูกยกให้เป็นตัวละครที่คอยตามผู้เล่นเพื่อสนับสนุนในการเก็บเลเวลง่ายกว่าเดิม ดังนั้นค่าสเตตัสเลยจะเน้นไปที่ INT ล้วน หรือ STA สัก 50 หรือ 80 ที่เหลือลง INT ทั้งหมดก็ได้ค่ะ เพื่อให้ตัวละครสามารถเผชิญหน้าเวลาเจอเหตุการณ์คับขันได้

[Guide] แนะนำจุดเก็บเลเวล 16 - 75 ขึ้นไปสำหรับมือใหม่ที่กำลังจะผจญภัยในโลกของ Flyff

ฉากแผนที่ Flaris (เลเวล 16 - 25)

ทั้ง 3 ตัวนี้จะอาศัยอยู่ที่ "ทางเหนือของเมือง Flaris" ตรงจุดนี้เราสามารถเก็บเลเวลได้ถึง 22 - 25 ไอเท็มส่วนใหญ่ที่ดรอปทั้งอาวุธและชุดเกราะจะมีตั้งแต่เลเวล 5 ไปจนถึงเลเวล 15 ซึ่งเราสามารถนำมาขายกับ NPC เพื่อเป็นเงินในช่วงเริ่มต้นกันได้

หมายเหตุ : ถ้าเป็นสายที่ตรงกับอาชีพตัวเอง สามารถใส่ได้เลยโดยที่เราไม่ต้องเสียเงินจำนวนมากไปซื้อกับ NPC ในช่วงต้นเกม


ฉากแผนที่ Saint Morning [โซนที่ 1] (เลเวล 20 - 35)

ในโซนนี้จะอยู่ใกล้เคียงกัน เราสามารถเก็บเลเวลไต่ระดับขึ้นมาเรื่อยๆ จากเลเวล 20 - 35 ซึ่งถ้ามาแบบปาร์ตี้ การเก็บเลเวลในที่แห่งนี้จะเร็วกว่าที่คิดอย่างมาก ดังนั้นแนะนำให้มาแบบปาร์ตี้จะเร็วกว่าตีคนเดียวเยอะเลยค่ะ มอนสเตอร์โซนนี้จะดรอปอาวุธและชุดเกราะตั้งแต่เลเวล 15 - 25 เป็นหลัก จึงทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งเงินแหล่งทองของผู้เล่นหน้าใหม่ช่วงแรกเป็นอย่างดี ถ้ามีสัตว์เลี้ยงคอยช่วยเก็บของแนะนำให้เก็บแต่อาวุธจะดีที่สุดค่ะ เพราะขายเข้าร้าน NPC ได้มากกว่าพวกชุดเกราะ

ฉากแผนที่ Saint Morning [โซนที่ 2] ( เลเวล 30 - 45 )

ในโซนนี้จะอยู่ใกล้เคียงกันสามารถเก็บเลเวลไต่ระดับขึ้นมาเรื่อยๆ จากเลเวล 30 - 45 ซึ่งถ้ามาแบบปาร์ตี้ การเก็บเลเวลในที่แห่งนี้จะเร็วกว่าที่คิดอย่างมาก ดังนั้นแนะนำว่าให้มาแบบปาร์ตี้จะเร็วกว่าตีคนเดียวเยอะเลยค่ะ มอนสเตอร์โซนนี้จะดรอปอาวุธและชุดเกราะตั้งแต่เลเวล 25 - 35 เป็นหลัก ที่สำคัญมีโอกาสที่จะดรอปชุด Set เลเวล 30 ของแต่ละสายอาชีพด้วย แล้วก็เหมือนเดิมสถานที่แห่งนี้เป็นแห่ลงทำเงินให้ผู้เล่นได้ดี ถ้ามีสัตว์เลี้ยงคอยช่วยเก็บของแนะนำให้เก็บแต่อาวุธจะดีที่สุดค่ะ เพราะมีราคาสูงสามารถขายในร้าน NPC ได้เลย


Garden of Rhisis (เลเวล 50 - 52)

สำหรับ Garden of Rhisis เป็นสถานที่เหมือนเกาะขนาดใหญ่ผู้เล่นที่จะมาสถานที่แห่งจำเป็นต้องมีอุปกรณ์การบินมันจะอยู๋ทางเหนือของเมือง Saint Morning ซึ่ง "บิน" เฉียงขึ้นไปทางขวาบนของแผนที่เล็กน้อย สถานที่แห่งนี้มีมอนสเตอร์อยู่เต็มทั้งเกาะ แต่จะมีการแบ่งโซนของมอนสเตอร์เอาไว้อย่างชัดเจน ถ้าให้แนะนำเพื่อนๆ ที่จะมาเก็บเลเวลแห่งนี้จำเป็นต้องมีเลเวลอยู่ที่ประมาณ 40 ขึ้นไป แล้วเก็บยาวได้จนถึงเลเวล 50 - 52 ได้เลยค่ะ ที่สำคัญมีโอกาสที่จะดรอปชุด Set เลเวล 30 ของแต่ละสายอาชีพรวมไปถึงอาวุธท็อปเลเวล 30 ของแต่ละอาชีพด้วย เป็นสถานที่ทำเงินให้ผู้เล่นได้ดีเลยทีเดียว


Darkon [แหล่งเก็บเลเวลแบบธรรมดา] ( เลเวล 45 - 75 )

มาถึงโค้งสุดท้ายของการเก็บเลเวลก่อนจะเปลี่ยนอาชีพตอนเลเวล 60 ของแต่ละสาย อีกทั้งแผนที่ในโซนนี้ยังสามารถเก็บเลเวลหลังจากเปลี่ยนอาชีพได้ด้วย ซึ่งสามารถลากยาวตั้งแต่เลเวล 50 ไปจนถึงเลเวล 70 หรือ 75 ได้สบายๆ พื้นที่ในโซนนี้มอนสเตอร์ตัวใหญ่อาศัยอยู่กันเป็นกลุ่ม ทำให้การเก็บเลเวลในโซนนี้สนุกใช้ได้เลย ส่วนอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็นอาวุธ หรือ ชุดเกราะ ดรอปตั้งแต่เลเวล 45 - 65 ขึ้นไป ซึ่งมีของระดับท็อปดรอปด้วยเช่นกัน เป็นสถานที่ที่อาเจ๊นัทมาหาเงินจากที่ตรงนี้ได้เรื่อยๆ แต่ทั้งนี้ถ้าจะมาที่นี่จำเป็นต้องมีอาวุธและชุดเกราะที่ดีหน่อยเพื่อที่จะจัดการมอนสเตอร์โซนนี้ได้อย่างสบาย


Coral Island [แหล่งเก็บเลเวลในฉากพิเศษ] ( เลเวล 45 - 75 )

สำหรับ "Coral Island" ฉากพิเศษแห่งนี้การจะเข้ามาได้ผู้เล่นจำเป็นต้องมีตั๋ว "Coral Island Ticket " เสียก่อน โดยตั๋วนี้มีวางจำหน่ายใน Item Shop เท่านั้น ซึ่งจะมีแบบ 1 วัน และ 15 วัน ความน่าสนใจของสถานที่แห่งนี้ก็คือ มอนสเตอร์จำนวนมหาศาลที่อยู่เป็นจำนวนมากในฉาก ทำให้ผู้เล่นสามารถที่ลากมอนสเตอร์แล้วลงสกิลหมู่เพื่อรับค่าประสบการณ์ [EXP] กันไปแบบเต็มๆ สถานที่แห่งนี้เป็นอีกหนึ่งที่จะเก็บเลเวลก่อนที่เราจะเปลี่ยนอาชีพตอนเลเวล 60 ของแต่ละสาย นอกจากนี้ฉากพิเศษนี้ยังสามารถเก็บเลเวลหลังจากเปลี่ยนอาชีพต่อได้ด้วย ซึ่งสามารถเก็บเลเวลได้ตั้งแต่ 45 ลากยาวมาจนถึง 75 ได้สบายๆ ส่วนอุปกรณ์อาวุธและชุดเกราะที่ดรอปในฉากพิเศษนี้จะมีตั้งแต่เลเวล 30 - 65 ขึ้นไป ซึ่งที่นี่ก็มีของระดับท็อปดรอปอีกด้วย

[Guide] ข้อมูลเกี่ยวกับระบบธาตุ, ระบบอัพเกรดทุกรูปแบบที่เหล่าผู้กล้าแห่ง Flyff ควรต้องรู้!!!

สวัสดีค่ะ กลับมาพบกับอาเจ๊นัทและทีมงาน PlayUlti กันอีกเช่นเคย ตอนนี้ผู้เล่นหลายคนที่เล่นเกม “Flyff” หรือในอีกชื่อ “Fly for Fun” เกมออนไลน์แนว MMORPG ที่กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในเซิร์ฟเวอร์ไทย [TH] คงเริ่มเลเวลสูงกันแล้วใช่ไหมเอ่ย!? วันนี้อาเจ๊นัทจะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักระบบการอัพเกรดของเกมนี้กันหน่อย เพราะในแพทช์ปัจจุบันการอัพเกรดมีความหลากหลายมาก รวมไปถึงระบบธาตุที่เป็นอีกหนึ่งระบบที่มีความสำคัญอย่างมากในเกม Flyff ที่จะช่วยให้การเก็บเลเวลของเพื่อนๆ ง่ายมากยิ่งขึ้น เอาเป็นว่าอาเจ๊นัทจะไล่ไปทีละหัวข้อกันเลยก็แล้วกัน

  ในโลกของเกม Flyff มอนสเตอร์ทุกตัวจะดรอปไอเท็มในรูปแบบการ์ดธาตุอยู่ 3 ประเภท คือ การ์ดธาตุการ์ดเสริมความสามารถให้ตัวละคร และ การ์ดเสริมความสามารถให้ตัวละครแบบใส่อาวุธ ซึ่งจะติดตั้งได้เพียงแค่อาวุธหรือโล่เท่านั้น ก่อนอื่นเราจะมาพูดถึงเรื่องการแพ้ธาตุกันก่อน โดยจะเรียงตามรูปภาพด้านล่างเลยค่ะ

 ธาตุไฟจะชนะธาตุลม  ธาตุลมจะชนะธาตุดิน  ธาตุดินจะชนะธาตุสายฟ้า  ธาตุสายฟ้าจะชนะธาตุน้ำ  ธาตุน้ำจะชนะธาตุไฟ

    ซึ่งใครที่เล่นอาชีพ Magician หรือ Elementor จึงเป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้ในส่วนนี้พอสมควรค่ะ เพราะไม่เช่นนั้นการใช้พลังโจมตีจะไม่รุนแรงเท่าที่ควร นอกจากนี้เรายังสามารถเพิ่มพลังโจมตีด้วยการอัพเกรดอาวุธของตนเองให้กลายเป็นธาตุที่ต้องการได้ โดยใช้การ์ดธาตุที่ได้จากมอนสเตอร์ การอัพเกรดอาวุธธาตุนั้นสามารถทำได้สูงสุดถึงระดับ 20 เลยค่ะ ซึ่งแน่นอนว่ามันจะมี Effect สวยงามตามธาตุ

"หน้าตาอาวุธที่อัพเกรดธาตุขั้นสูงสุดที่ระดับ 20 ของแต่ละธาตุ"

 

    ส่วนขั้นตอนการอัพเกรดง่ายมากๆ เพียงแค่เราไปหา NPC ที่มีชื่อว่า (Upgrade Specialist) BoBoChan ประจำอยู่เมือง Flaris หรือ “(Upgrade Specialist) Radyan” ประจำอยู่เมือง Darkon แล้วเลือกหัวข้อ “การอัพเกรดธาตุที่ปลอดภัย” จากนั้นให้ใส่อาวุธที่ต้องการอัพเกรดแล้วใส่การ์ดธาตุที่ต้องการอัพเกรด และเพื่อป้องกันไอเท็มสูญหายให้ใช้ไอเท็ม “Scroll of SProtect” เพื่อป้องกันการสูญหายหากการอัพเกรดล้มเหลว ถือได้ว่าเป็นไอเท็มที่จำเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีไอเท็มที่ชื่อ “Scroll of Element Smelting” เพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จในการอัพเกรดธาตุ 10%

หมายเหตุ: ไอเท็ม  Scroll of SProtect และ  Scroll of Element Smelting จะวางจำหน่ายใน Item Shop เท่านั้น

นอกจากนี้ในแพทช์ปัจจุบันยังมีไอเท็มที่ชื่อว่า  “Scroll of Element Change” ที่จะสามารถเปลี่ยนธาตุที่อยู่ในอาวุธนั้นเป็นธาตุอื่นๆได้ โดยเงื่อนไขในการใช้ไอเท็มนี้ก็คือสามารถใช้แค่เปลี่ยนธาตุเท่านั้น ไม่สามารถโอนธาตุไปยังอาวุธอื่นได้ ไอเท็มตัวนี้สามารถหาซื้อได้ที่ Item Shop

  ระบบธาตุยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ยังมีการ์ดอีก 2 แบบ ก็คือ การ์ดเสริมความแข็งแกร่งแบบใส่เสื้อเกราะที่เจาะรู และ การ์ดเสริมความสามารถให้ตัวละครแบบใส่อาวุธ 
    พูดถึงตัวแรกกันก่อน การ์ดเสริมความแข็งแกร่งแบบใส่เสื้อเกราะที่เจาะรู จะเพิ่มแบบเปอร์เซ็นต์ เช่น ธาตุไฟ Volcano Card เพิ่มพลังชีวิต HP, ธาตุดิน Earthquake Card เพิ่มพลังป้องกัน, ธาตุลม Vacuum Card เพิ่มพลังกำลัง FP, ธาตุน้ำ Ocean Card เพิ่มพลังเวทย์ MP และ ธาตุสายฟ้า Lightning Card เพิ่มพลังโจมตี ต่ำสุดคือ 2% และ สูงสุดคือ 12% โดยเราสามารถพัฒนาการ์ดได้ด้วยการสะสมการ์ดให้ครบ 10 ใบแล้วนำไปแลกกับ NPC เพื่อสุ่มกลายเป็นการ์ดระดับสูง เป็นต้น เมื่อการ์ดครบแล้ว สิ่งต่อมาก็คือ "การเจาะรูให้กับเสื้อเกาะ" ซึ่งมีเพียงแค่ส่วนเสื้อเท่านั้นที่สามารถเจาะรูได้ สูงสุดอยู่ที่ 4 รู 
**วิธีการเจาะรู
    ► ให้เราไปหา NPC ที่มีชื่อว่า “(Upgrade Specialist) BoBoChan” ประจำอยู่เมือง Flaris หรือ “(Upgrade Specialist) Radyan” ประจำอยู่เมือง Darkon 
    ► เลือกหัวข้อ “เจาะอย่างปลอดภัย” โดยจำเป็นต้องมีไอเท็ม 2 ชิ้นเพื่อใช้ในการอัพเกรด ชิ้นแรกคือ  “Moonstone” ซึ่งดรอปจากมอนสเตอร์ทั่วไปและ  “Scroll of GProtect” ไอเท็มป้องกันการสูญเสียหากอัพเกรดล้มเหลว เมื่อเสื้อของเราได้รูครบตามที่ต้องการแล้วก็สามารถติดตั้งการ์ดใส่เสื้อได้เลย ในส่วนนี้เราสามารถผสมได้ หรือ จะใส่การ์ดแบบเดียวเพื่อให้แข็งแกร่งเต็มที่ก็ได้เช่นเดียวกัน
หมายเหตุ: ไอเท็ม  Scroll of GProtect สามาหาดรอปเศษจากมอนเตอร์ทั่วแล้วนำไปแลกที่ NPC
ต่อมาก็คือ การ์ดเสริมความสามารถให้ตัวละครแบบใส่อาวุธ โดยการ์ดเหล่านี้จะแบ่งเป็นธาตุทั้ง 5 เหมือนกัน ซึ่งแต่ละธาตุจะเพิ่มสเตตัสให้ตัวละครไม่เหมือนกัน รายละเอียดมีดังต่อไปนี้ค่ะ
 Fire Card การ์ดธาตุไฟ จะเพิ่มค่า STR และ เพิ่มความเสียหายเมื่อโจมตีติดคริติคอล โดยแบ่งออกไปทั้งหมด 6 ระดับด้วยกันรายละเอียดมีดังต่อไปนี้
Fire Card (D) เพิ่ม STR+2
Fire Card (C) เพิ่ม STR+3 เพิ่มความเสียหายเมื่อโจมตีติดคริติคอล+1%
Fire Card (B) เพิ่ม STR+4 เพิ่มความเสียหายเมื่อโจมตีติดคริติคอล+1%
Fire Card (A) เพิ่ม STR+7 เพิ่มความเสียหายเมื่อโจมตีติดคริติคอล+2%
Fire Card (S) เพิ่ม STR+12 เพิ่มความเสียหายเมื่อโจมตีติดคริติคอล+4%
Fire Card (R) เพิ่ม STR+15 เพิ่มความเสียหายเมื่อโจมตีติดคริติคอล+5%
 Electric Card การ์ดธาตุสายฟ้า จะเพิ่มค่า DEX และ โอกาสโจมตีติดคริติคอล โดยแบ่งออกไปทั้งหมด 6 ระดับด้วยกันรายละเอียดมีดังต่อไปนี้
Electric Card (D) เพิ่ม DEX+2
Electric Card (C) เพิ่ม DEX+3 และ เพิ่มโอกาสโจมตีติดคริติคอล +1%
Electric Card (B) เพิ่ม DEX+4 และ เพิ่มโอกาสโจมตีติดคริติคอล +1%
Electric Card (A) เพิ่ม DEX+7 และ เพิ่มโอกาสโจมตีติดคริติคอล +2%
Electric Card (S) เพิ่ม DEX+12 และ เพิ่มโอกาสโจมตีติดคริติคอล +4%
Electric Card (R) เพิ่ม DEX+15 และ เพิ่มโอกาสโจมตีติดคริติคอล +5%
 Water Card การ์ดธาตุน้ำ จะเพิ่มค่า INT และ ลดระยะเวลาในการร่ายเวทย์ โดยแบ่งออกไปทั้งหมด 6 ระดับด้วยกันรายละเอียดมีดังต่อไปนี้
Water Card (D) เพิ่ม INT+2
Water Card (C) เพิมค่า INT+3 และ ลดระยะเวลาในการร่ายเวทย์ -1%
Water Card (B) เพิมค่า INT+1 และ ลดระยะเวลาในการร่ายเวทย์ -1%
Water Card (A) เพิมค่า INT+7 และ ลดระยะเวลาในการร่ายเวทย์ -2%
Water Card (S) เพิมค่า INT+12 และ ลดระยะเวลาในการร่ายเวทย์ -4%
Water Card (R) เพิมค่า INT+15 และ ลดระยะเวลาในการร่ายเวทย์ -5%
Land Card การ์ดธาตุดิน จะเพิ่มค่า STA และ พลังชีวิต HP โดยแบ่งออกไปทั้งหมด 6 ระดับด้วยกันรายละเอียดมีดังต่อไปนี้
Land Card (D) เพิ่ม STA+2
Land Card (C) เพิ่ม STA+3
Land Card (B) เพิ่ม STA+4
Land Card (S) เพิ่ม STA+12 และ พลังชีวิต HP 500 แต้ม
Land Card (R) เพิ่ม STA+15 และ พลังชีวิต HP 5%
 Wind Card การ์ดธาตุลม จะเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ และ เพิ่มความเร็วในการโจมตี โดยแบ่งออกไปทั้งหมด 6 ระดับด้วยกันรายละเอียดมีดังต่อไปนี้
Wind Card (D) เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่+2% 
Wind Card (C) เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่+2% และ เพิ่มความเร็วในการโจมตี+1%
Wind Card (B) เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่+4% และ เพิ่มความเร็วในการโจมตี+1%
Wind Card (A) เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่+7% และ เพิ่มความเร็วในการโจมตี+2%
Wind Card (S) เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่+12% และ เพิ่มความเร็วในการโจมตี+4%
หมายเหตุ : เมื่อเรามีการ์ดธาตุที่ใช้ใส่อาวุธแล้ว สิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือการเจาะรูให้กับอาวุธชิ้นนั้นด้วย
หลังจากที่อาเจ๊นัทลากยาวเกี่ยวกับระบบธาตุและการอัพเกรดธาตุในรูปแบบต่างๆ กันไปแล้ว เราก็มาทำความรู้จักระบบอัพเกรดอาวุธและชุดเกราะ กันบ้างดีกว่าค่ะ ซึ่งระบบในส่วนนี้จะไม่ยุ่งยากเหมือนกับระบบธาตุเท่าไหร่ค่ะ เพียงแค่เราต้องมีหินอัพเกรดที่มีชื่อว่า  “Oricalkum” ซึ่งสามารถหาได้จากมอนสเตอร์ทั่วไป กับ  “Scroll of SProtect” ใบป้องกันการสูญเสียไอเท็มหากล้มเหลว หรือเรียกสั้นๆว่าใบกันแหก และ  “Scroll of Smelting” ใบเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการอัพเกรด 10% ( ไอเท็มชิ้นนี้จะไม่ใช้ก็ได้เพราะจากที่ลองก็ไม่แตกต่างเท่าไหร่ ) ส่วนขั้นตอนการอัพเกรดมีดังต่อไปนี้ค่ะ
    ► ให้เราเดินทางไปหา NPC ที่มีชื่อว่า “(Upgrade Specialist) BoBoChan” ประจำอยู่เมือง Flaris 
    ► เลือกหัวข้อ “อัพเกรดอย่างปลอดภัย” จากนั้นให้ใส่อาวุธหรือชุดเกราะที่ต้องการอัพเกรดลงไป จากนั้นใส่หิน  "Oricalkum" ลงไป (สามารถใส่สูงสุดได้ 10 ก้อน) แล้วตามด้วยใบกันแหก  "Scroll of SProtect" 
    ► จากนั้นกดปุ่ม "Start" ด้านล่าง แล้วตัวเกมจะเริ่มทำการอัพเกรดทันที ซึ่งเราจะเห็นว่าการอัพเกรดสำเร็จถึงขั้นไหน และ ล้มเหลวกี่ครั้ง
หมายเหตุ : ใบกันแหกสำคัญมาก! ควรใส่ไว้เพราะถ้าอัพเกรดล้มเหลวไอเท็มชิ้นนั้นจะหายไปทันที (หรือถ้าใครมีเงินเหลือเยอะจะใส่ใบเพิ่มโอกาสการอัพเกรดสำเร็จก็ได้) 
โดยอาวุธและชุดเกราะเมื่อมีการอัพเกรดในแต่ละระดับจะมีโบนัสพิเศษเพิ่มให้ด้วย ซึ่งรายละเอียดมีดังต่อไปนี้ค่ะ
อัพเกรดระดับ 3 - เพิ่มความแม่นยำ+5%, เพิ่มโอกาสบล็อคการโจมตี+3% และ เพิ่มพลังโจมตีเวทย์+3%
อัพเกรดระดับ 4 - เพิ่มความแม่นยำ+10%, เพิ่มโอกาสบล็อคการโจมตี+3% และ เพิ่มพลังโจมตีเวทย์+4%
อัพเกรดระดับ 5 - เพิ่มความแม่นยำ+10%, เพิ่มโอกาสบล็อคการโจมตี+3%, เพิ่มพลัง HP 5%, เพิ่มพลังโจมตีเวทย์+4% และ เพิ่มค่าสเตตัสทุกอย่าง+1
อัพเกรดระดับ 6 - เพิ่มความแม่นยำ+20%, เพิ่มโอกาสบล็อคการโจมตี+6%, เพิ่มพลัง HP 5%, เพิ่มพลังโจมตีเวทย์+6% และ เพิ่มค่าสเตตัสทุกอย่าง+1
อัพเกรดระดับ 7 - เพิ่มความแม่นยำ+20%, เพิ่มโอกาสบล็อคการโจมตี+6%, เพิ่มพลัง HP 5%, เพิ่มพลังโจมตีเวทย์+7% และ เพิ่มค่าสเตตัสทุกอย่าง+1
อัพเกรดระดับ 8 - เพิ่มความแม่นยำ+30%, เพิ่มโอกาสบล็อคการโจมตี+10%, เพิ่มพลัง HP 10%, เพิ่มพลังโจมตีเวทย์+8% และ เพิ่มค่าสเตตัสทุกอย่าง+2
อัพเกรดระดับ 9 - เพิ่มความแม่นยำ+30%, เพิ่มโอกาสบล็อคการโจมตี+10%, เพิ่มพลัง HP 10%, เพิ่มพลังโจมตีเวทย์+9% และ เพิ่มค่าสเตตัสทุกอย่าง+2
อัพเกรดระดับ 10 - เพิ่มความแม่นยำ+45%, เพิ่มโอกาสบล็อคการโจมตี+15%, เพิ่มพลัง HP 20%, เพิ่มพลังโจมตีเวทย์+10% และ เพิ่มค่าสเตตัสทุกอย่าง+3
หมายเหตุ: ไอเท็ม   Scroll of SProtect และ  Scroll of Smelting จะวางจำหน่ายใน Item Shop เท่านั้น
"ออร่าเมื่อชุดเกราะของเราอัพเกรดถึงระดับ 20"
นอกจากการอัพเกรดอาวุธและชุดเกราะแล้วก็ยังมี ระบบอัพเกรดเครื่องประดับ ที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับตัวละครเรามากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกันระบบนี้ไม่ยุ่งยากเหมือนกับการอัพเกรดระบบธาตุเพียงแค่เราต้องพกดวงมาหน่อย เพราะการอัพเกรดเครื่องประดับถือได้ว่ายากที่สุดในบรรดาการอัพเกรดแล้ว อาเจ๊นัทเคยพยายามอัพเกรดแหวนเรียกว่าใช้ทั้งหินและใบกันแหกเป็นร้อยๆ ใบกว่าจะติดระดับสูงสุดเลย ส่วนขั้นตอนการอัพเกรดมีดังต่อไปนี้ค่ะ
    ► ให้เราเดินทางไปหา NPC ที่มีชื่อว่า “(Upgrade Specialist) BoBoChan” ประจำอยู่เมือง Flaris 
    ► เลือกหัวข้อ “อัพเกรดอุปกรณ์เสริมอย่างปลอดภัย” จากนั้นให้ใส่เครื่องประดับที่ต้องการอัพเกรดลงไป จากนั้นใส่หิน  "Moonstone" ลงไป (สามารถใส่สูงสุดได้ 10 ก้อน) แล้วตามด้วยใบกันแหก  "Scroll of AProtect" 
    ► จากนั้นกดปุ่ม "Start" ด้านล่าง แล้วตัวเกมจะเริ่มทำการอัพเกรดทันที ซึ่งเราจะเห็นว่าการอัพเกรดสำเร็จถึงขั้นไหน และ ล้มเหลวกี่ครั้ง สำหรับเครื่องประดับจะไม่มีค่าโบนัสเหมือนกับการอัพเกรดอาวุธหรือชุดเกราะนะคะ
หมายเหตุ: ไอเท็ม  Scroll of AProtect หาเศษได้จากมอนเตอร์ทั่วไปแล้วนำไปแลกที่ NPC
จริงๆ แล้วในแพทช์นี้มีอีกหนึ่งระบบที่เพิ่มเติมเข้ามาก็คือ การปลุกพลังอาวุธและชุดเกราะ รวมไปถึงยังสามารถที่จะปลุกพลังชุดคอสตูมแล้วนำมารวมกันได้ด้วย แต่วันนี้อาเจ๊นัทจะพูดถึงการปลุกพลังอาวุธและชุดเกราะก่อนก็แล้วกันค่ะ การปลุกพลังนั้นจะเป็นการสุ่มสเตตัสที่ได้รับ เรียกว่ามันไม่มีค่าตายตัว บทจะได้สเตตัสดีๆ ก็ดีไป บทจะได้ของกะโหลกกะลาก็ทำเอาของชิ้นนั้นขายไม่ออกเลยทีเดียว ขั้นตอนการปลุกพลังอาวุธและชุดเกราะ รายละเอียดมีดังต่อไปนี้ค่ะ
    ► ให้เราเดินทางไปหา NPC ที่มีชื่อว่า “(Jewel Manager) Peach” ประจำอยู่เมือง Flaris 
    ► ซื้อใบปลุกพลัง  “Scroll of Awakening” ซึ่งวางจำหน่ายในราคา 100,000 Penya
    ► เลือกไอเท็ม "อาวุธหรือชุดเกราะ" ที่ต้องการปลุกพลัง จากนั้นก็รอลุ้นว่าเราจะได้สเตตัสอะไรบ้าง แต่ถ้าได้ค่าสเตตัสที่ไม่ต้องการเราสามารถลบค่าปลุกพลังนั้นได้ด้วยไอเท็มที่มีชื่อว่า   “Scroll of Reversion” จากนั้นก็ปลุกพลังไปเรื่อยๆ จนกว่าคุณคิดว่าจะได้สเตตัสที่ต้องการแล้ว ทั้งหมดนี้ใช้ดวงล้วนๆ เลยค่ะ โดยการสุ่มสเตตัสจะมีดังต่อไปนี้
► พลังชีวิต HP ที่อาจจะสุ่มเป็นค่าบวกหรือลบต่ำสุด 50 สูงสุด 500
► พลังเวทย์ MP ที่อาจจะสุ่มเป็นค่าบวกหรือลบต่ำสุด 50 สูงสุด 500
► พลังกำลัง FP ที่อาจจะสุ่มเป็นค่าบวกหรือลบต่ำสุด 50 สูงสุด 500
► ค่าพลัง STR ที่อาจจะสุ่มเป็นค่าบวกหรือลบต่ำสุด 1 สูงสุด 28
► ค่าพลัง STA ที่อาจจะสุ่มเป็นค่าบวกหรือลบต่ำสุด 1 สูงสุด 28
► ค่าพลัง DEX ที่อาจจะสุ่มเป็นค่าบวกหรือลบต่ำสุด 1 สูงสุด 28
► ค่าพลัง INT ที่อาจจะสุ่มเป็นค่าบวกหรือลบต่ำสุด 1 สูงสุด 28
► พลังโจมตี ที่อาจจะสุ่มเป็นค่าบวกหรือลบต่ำสุด 5 สูงสุด 140
► พลังป้องกัน ที่อาจจะสุ่มเป็นค่าบวกหรือลบต่ำสุด 4 สูงสุด 112
► การเคลื่อนที่เร็วขึ้น ที่อาจจะสุ่มเป็นค่าบวกหรือลบต่ำสุด 1% สูงสุด 10%
► การโจมตีเร็วขึ้น ที่อาจจะสุ่มเป็นค่าบวกหรือลบต่ำสุด 1% สูงสุด 19%
► เพิ่มโอกาสโจมตีติดคริติคอล ที่อาจจะสุ่มเป็นค่าบวกหรือลบต่ำสุด 1% สูงสุด 19%
► เพิ่มความเสียหายเมื่อโจมตีติดคริติคอล ที่อาจจะสุ่มเป็นค่าบวกหรือลบต่ำสุด 1% สูงสุด 10%
►ลดระยะการร่ายเวทย์ลง ที่อาจจะสุ่มเป็นค่าบวกหรือลบต่ำสุด 1% สูงสุด 10%
หมายเหตุ: ไอเท็ม   Scroll of Reversion 

[Guide] ระบบสัตว์เลี้ยงสุดน่ารักที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับผู้เล่นในโลกของ Flyff

Pets System ระบบสัตว์เลี้ยงสุดแจ่มแมวที่ทั้งน่ารักและเพิ่มความแข็งแกร่งให้ผู้เล่น

 

ระบบสัตว์เลี้ยงของเกม Flyff จะต้องอาศัยระยะเวลาทั้งการดูแลเอาใจใส่รวมไปถึงต้องพก "ดวง" มาเพื่อพัฒนาสัตว์เลี้ยงให้ได้แรงค์ระดับสูงสุด โดยการที่จะได้สัตว์เลี้ยงภายในเกมมานั้นจำเป็นต้องเก็บไข่ [Egg] ให้ได้เสียก่อน จากนั้นพยายามให้อาหารจนค่าประสบการณ์ [EXP] ของไข่ครบ 99.99% อาหารสามารถนำไปผลิตได้โดยใช้ "ไอเท็มขยะกล่องม่วง" ที่ดรอปจากมอนสเตอร์มาแลกกับ NPC ซึ่งไอเท็มที่ยิ่งมีราคาสูงมากเท่าไหร่ ( ดรอปจากมอนสเตอร์ระดับสูง ) นำมาแลกก็จะได้อาหารมากขึ้นเป็นทวีคูณ โดยสามารถนำไปผลิตอาหารได้ที่ “Pet Tamer” เมื่อเก็บจนค่าประสบการณ์เต็มแล้วก็กลับมาที่ NPC ตัวเดิมเพื่อรับเควสการพัฒนาไข่ คุยเพียงแค่สองครั้งเราก็จะสามารถฟักไข่ได้แล้ว แต่การฟักไข่เป็นสัตว์เลี้ยงตัวไหนอันนี้เป็นการสุ่มล้วนๆ เลยค่ะ ซึ่งรายละเอียดตามตารางดังต่อไปนี้

สัตว์เลี้ยงภายในเกม Flyff จะมีทั้งหมด 5 ระดับด้วยกันได้แก่ D Rank, C Rank, B Rank, A Rank และ S Rank ( ระดับสูงสุด ) โดยสัตว์เลี้ยงแต่ละระดับจะค่อยๆ เพิ่มความหิวที่แตกต่างกัน ยิ่งระดับสูงมากเท่าไหร่ค่าประสบการณ์ EXP ก็จะยิ่งน้อยเท่านั้น ส่วนรายละเอียดมีดังต่อไปนี้

 

D Rank จะเพิ่มทีละ 0.25%

C Rank จะเพิ่มทีละ 0.12%

B Rank จะเพิ่มทีละ 0.06%

A Rank จะเพิ่มทีละ 0.03%

หมายเหตุ: ตัวเกม Flyff มีไอเท็มที่ชื่อว่า “Pet Feed Bag” ไอเท็มชิ้นนี้จะขายใน Item Shop มันจะคอยป้อนอาหารให้สัตว์เลี้ยงเองอัตโนมัติ โดยมันมีระยะเวลา 6 ชัวโมงต่อ 1 ชิ้น

 

 

นอกจากนี้สัตว์เลี้ยงภายในเกมยังสามารถที่จะปลุกพลังที่ซ่อนอยู่ได้ด้วย โดยใช้ไอเท็มที่มีชื่อว่า “Scroll of Pet Awakening” ที่ขายกับ NPC - (Jewel Manager) Peach ในราคาใบละ 200,000 Penya แต่งานนี้ก็อาศัยดวงเช่นเดียวกันว่าจะได้ออฟชั่นอะไรติดมากับสัตว์เลี้ยง แต่ถ้าเราได้ออฟชั่นไม่ดีก็จะมีไอเท็มที่ใช้ลบความสามารถที่ปลุกพลังได้เหมือนกัน

กลับมาพูดถึงสัตว์เลี้ยงในระดับต่างๆ กันหน่อยดีกว่าการที่เราจะได้สัตว์เลี้ยงระดับแรงค์สูงสุดเมื่อเราเก็บค่าประสบการณ์ EXP จนเต็ม 99.99% เมื่อกลับมาคุย NPC ที่ชื่อ “Pet Tamer” 2 ครั้งก็จะทำให้สัตว์เลี้ยงอัพเป็นอีกขั้นได้แล้ว แต่เมื่ออัพแล้วก็ต้องมาลุ้นกันอีกว่าสัตว์ในแต่ละระดับจะได้ขั้นไหน ซึ่งรายละเอียดมีดังต่อไปนี้

 

D Rank จะได้รับเลเวล 1 ทุกตัว

C Rank สามารถสุ่มเลเวลสูงสุดที่ระดับ 3 บวกค่าสเตตัส 9 แต้ม

B Rank สามารถสุ่มเลเวลสูงสุดที่ระดับ 5 บวกค่าสเตตัส 16 แต้ม

A Rank สามารถสุ่มเลเวลสูงสุดที่ระดับ 7 บวกค่าสเตตัส 27 แต้ม

S Rank สามารถสุ่มเลเวลสูงสุดที่ระดับ 9 บวกค่าสเตตัส 42 แต้ม

 

"หน้าตาสัตว์เลี้ยงในแต่ละระดับแรงค์"

 

แต่ถ้าสุ่มแล้วไม่ได้ระดับที่ต้องการเราสามารถใช้ไอเท็มที่มีชื่อว่า “Blessing of the Pet Tamer” ซึ่งจะขายใน Item Shop เพื่อทำการรีเซ็ทสัตว์เลี้ยงไประดับก่อนหน้านี้ จากนั้นก็คุยกับ NPC ที่ชื่อ “Pet Tamer” เพื่อสุ่มอีกทีว่าสัตว์เลี้ยงจะได้เลเวลที่ระดับไหน งานนี้กว่าจะได้สัตว์เลี้ยงแรงค์ระดับสูงสุดก็เล่นเอาเหนื่อยตกเหมือนกันนะ บางทีดวงไม่มีสุ่ม 10 รอบก็ยังไม่ได้แรงค์สูงสุดเลย T-T นี่เป็นแค่เพียงเล็กน้อยๆ เท่านั้น ยังมีส่วนอื่นๆ เกี่ยวกับระบบสัตว์เลี้ยง เช่น หัวใจของสัตว์เลี้ยงเปรียบเสมือนเป็นพลังชีวิต ซึ่งถ้าเราเผลอไม่ให้อาหารมันจนพลังชีวิตหมดมันก็จะตาย หรือ ถ้าตัวละครของเราตายขณะที่เรียกออกมามันก็จะตายด้วยเช่นกัน หัวใจตรงจุดนี้ก็จะลดลงไป 1 แต้ม ตัวเกม Flyff ก็จะมีไอเท็มที่ชุบชีวิตสัตว์เลี้ยง และ เพิ่มแต้มหัวใจให้สัตว์เลี้ยงของเราให้ตายยาก เป็นต้น